วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ฮาร์ดิสก์




ฮาร์ดดิสก์ หรือ จานบันทึกแบบแข็ง (hard disk) คืออุปกรณ์บรรจุข้อมูลแบบไม่ลบเลือน มีลักษณะเป็นจานโลหะที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็กซึ่งหมุนอย่างรวดเร็วเมื่อทำงาน การติดตั้งเข้ากับตัวคอมพิวเตอร์สามารถทำได้ผ่านการต่อเข้ากับมาเธอร์บอร์ด (motherboard) ที่มีอินเตอร์เฟซแบบขนาน (PATA) , แบบอนุกรม (SATA) และแบบเล็ก (SCSI) ทั้งยังสามารถต่อเข้าเครื่องจากภายนอกได้ผ่านทางสายยูเอสบี, สายไฟร์ไวร์ของบริษัท Apple ที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า รวมไปถึงอินเตอร์เฟซอนุกรมแบบต่อนอก (eSATA) ซึ่งทำให้การใช้ฮาร์ดดิสก์ทำได้สะดวกยิ่งขึ้นเมื่อไม่มีคอมพิวเตอร์ถาวรเป็นของตนเอง ฮาร์ดดิสก์นั้นไม่ควรนำไปสับสนว่าเป็นสิ่งเดียวกับไดรฟว์ซึ่งถือเป็นยูนิตทั้งยูนิตในคอมพิวเตอร์ ประกอบไปด้วยจานบันทึกหลายอันด้วยกัน, หัวอ่านและบันทึกข้อมูล, วงจรอิเล็กทรอนิกส์ของไดรฟว์ และตัวมอเตอร์ ในขณะที่ฮาร์ดดิสก์ (หรือจานบันทึกนั่นเอง) นั้นเป็นแค่ตัวเก็บข้อมูลเท่านั้น ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงคริสตศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา ฮาร์ดดิสก์สามารถพบได้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ไม่เฉพาะภายในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อีกด้วย เช่น เครื่องเล่นเอ็มพีสาม, เครื่องบันทึกภาพดิจิทัล, กล้องถ่ายรูป, คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (หรือ PDA) หรือแม้กระทั่งในโทรศัพท์มือถือบางรุ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2548 (2005) เป็นต้นมา (ซัมซุงและโนเกียเป็นสองบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายแรกที่จำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่มีฮาร์ดดิสก์) ความจุของฮาร์ดดิสก์โดยทั่วไปในปัจจุบันนั้นมีตั้งแต่ 20 ถึง 250 จิกะไบต์ ยิ่งมีความจุมาก ก็จะยิ่งทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ฮาร์ดดิสก์นั้นถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2499 (1956) โดยนักประดิษฐ์ยุคบุกเบิกแห่งบริษัทไอบีเอ็ม เรย์โนล์ด จอห์นสัน ซึ่งในขณะนั้น ฮาร์ดดิสก์มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 20 นิ้ว มีความจุเพียงระดับเมกะไบต์เท่านั้น (เทียบกับระดับจิกะไบต์ในปัจจุบัน ซึ่ง 1,000MB = 1GB). ตอนแรกใช้ชื่อว่า ฟิกส์ดิสก์ (fixed disk หรือจานบันทึกที่ติดอยู่กับที่) หรือ วินเชสเตอร์ (Winchesters) ซึ่งเป็นชื่อที่ IBM เรียกผลิตภัณฑ์ของพวกเขา, ต่อมาภายหลังจึงเรียกว่า ฮาร์ดดิสก์ (จานบันทึกแบบแข็ง) เพื่อจำแนกประเภทออกจาก ฟลอปปี้ดิสก์
หลักการทำงานของฮาร์ดดิสก์

หลักการบันทึกข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ไม่ได้แตกต่างจากการบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ทเลย เพราะทั้งคู่ต้องใช้สารบันทึกคือสารแม่เหล็กเหมือนกัน สารแม่เหล็กนี้สามารถลบหรือเขียนได้ใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยเมื่อบันทึกหรือเขียนไปแล้ว มันสามารถจำรูปแบบเดิมได้เป็นเวลาหลายปี มีความแตกต่างระหว่างเทปคาสเซ็ทกับฮาร์ดดิสก์ดังนี้
· สารแม่เหล็กในเทปคาสเซ็ท ถูกเคลือบอยู่บนแผ่นพลาสติกขนาดเล็ก เป็นแถบยาว แต่ในฮาร์ดดิสก์ สารแม่เหล็กนี้ จะถูกเคลือบอยู่บนแผ่นแก้ว หรือแผ่นอะลูมิเนียมที่มีความเรียบมากจนเหมือนกับกระจก
· สำหรับเทปคาสเซ็ท ถ้าคุณต้องการเข้าถึงข้อมูลในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ก็จะต้องเลื่อนแผ่นเทปไปที่หัวอ่าน โดยการกรอเทป ซึ่งต้องใช้เวลาหลายนาที ถ้าเทปมีความยาวมาก แต่สำหรับฮาร์ดดิสก์ หัวอ่านสามารถเคลื่อนตัวไปหาตำแหน่งที่ต้องการในเกือบจะทันที

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อุปกรณ์ที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ









คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญของการทำงานในสำนักงานอัตโนมัติอย่างหนึ่งซึ่งคอมพิวเตอร์นี้จะอำนวยความสะดวกในการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ เช่น งานด้านเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่าง ๆการติดต่อสื่อสาร และอื่น ๆผ่าน Software ที่ใช้งานร่วมกันกับเครื่องคอมพิวเตอรLanCard เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน ระหว่างเครื่องคอม พิวเตอร์ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมี LanCardเพื่อให้สา มารถติดต่อกันได้โดยจะใช้ร่วมกันกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สายเคเบิลHub/Switching เป็นต้นModem เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญานโทรศัพท์ ให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิว เตอร์ ได้ Modem นี้จะนำมาใช้งานกับเครื่องแม่ข่าย หรือ Server ก็ต่อเมื่อระบบต้องการใช้ Internet ในการติดต่อสื่อสาร และหาข้อมูลก็จะนำมาใช้งานร่วมกับSwitchingLanCardสายเคเบิลซึ่งจะทำให้เครื่องลูกข่ายสามารถใช้งาน Internet ได้เช่นเดียวกับเครื่อง แม่ข่าย หรือ ServerSoftware เป็นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบันมี Software ใหม่ ๆ ที่จะคอยช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของระบบสำนักงานอัตโนมัติ เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows Linux NT เป็นต้นซึ่งจะมี Software ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการของแต่ละชนิดได้เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows จะมีชุด Microsoft Office ที่จะคอยอำนวยความสะดวกในการทำงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงาน เป็นต้นSwitching/Hub เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อต่อกันระหว่าง สายเคเบิลที่พ่วงต่อกับLanCard ของเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เพื่อรวมกันเป็นชุดเพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน ขนาดของ Switching/Hub มีหลากหลายขนาดด้วยกันแล้วแต่ว่าจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในระบบมากน้อยเพียงได และต้องการใช้ความเร็วในการประมวลผลของระบบเท่าไร ก็สามารถกำหนดตามความต้องการได้สายโคแอกเชียล สายคู่ตีเกลียวไม่มีหุ้มฉนวน สายคู่ตีเกลียวหุ้มฉนวนสายเคเบิลเป็นสื่อส่งข้อมูลที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ลักษณะทั่วไปเป็นสายทองแดง อาจมีหรือไม่มีฉนวนหุ้ม ขึ้นอยู่กับชนิดของสายเคเบิล สายเคเบิลที่นิยมใช้กันมีอยู่ 3 ประเภท คือ

1. สายโคแอกเชียล (Coaxial) 2. สายคู่ตีเกลียวไม่มีหุ้มฉนวน (Unshielded twisted pair - UTP)3. สายคู่ตีเกลียวหุ้มฉนวน (Shielded twisted pair - STP
ข้อดีและข้อจำกัดในสำนักงานอัตโนมัติระบบการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ ที่ประกอบไปด้วยเครื่องมือที่ใช้ในสำนักงานนั้นมักจะมีข้อจำกัดในการทำงานแทบทั้งสิ้น ในระบบสำนักงานอัตโนมัตินี้ก็เช่นกัน ก็มีข้อดีและ ข้อจำกัดการทำงานเช่นกัน ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้ข้อดี1. สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับการทำงานแบบเดิมที่ยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้2. ผู้จัดการสามารถตรวจสอบการทำงานของแผนกต่าง ๆ ได้โดยตรง3. ทุกแผนกสามารถติดต่อกัน และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้สะดวก4. สามารถใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกันได้ เช่น เครื่องพิมพ์ เป็นต้น5. เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายข้อจำกัดการทำงาน1. ต้องใช้งบประมาณมากในตอนแรก แต่จะประหยัดในอนาคต2. ต้องใช้บุคลากรที่สามารถใช้งานเตรื่องคอมพิวเตอร์ หรือต้องมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์3. ไม่สามารถใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัตินี้ได้ ถ้าอยู่ในที่ชนบทไม่มีไฟ้าใช้รายละเอียดการใช้งานสำนักงานอัตโนมัติในระบบสำนักงานอัตโนมัติ ต้องเริ่มต้นจากการวางระบบการทำงานต่าง ๆ ของสำนักงานแล้วทำการประมวลผล ออกแบบระบบของสำนักงานด้วยการให้นักวิเคราะห์ออกแบบระบบของบริษัทเพื่อให้ง่าย และ สะดวกต่อการทำงานในอนาคต เมื่อทำการวิเคราะห์ระบบเรียบร้อยแล้วก็จะทำการวางระบบด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้าน Hardware Shoftware และทำการอบรมบุคลากรในบริษัทเพื่อ ให้สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์สำนักงานใหม่ได้